ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ดไม่ลับการดูแลรักษารถเบื้องต้นด้วยตนเอง โดย pp2car.com รับซื้อรถมือสอง  (อ่าน 3037 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

lekcar88

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 114
    • ดูรายละเอียด
    • www.pp2car.com

Permalink: เคล็ดไม่ลับการดูแลรักษารถเบื้องต้นด้วยตนเอง โดย pp2car.com รับซื้อรถมือสอง
การดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้นด้วยตนเอง


การดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น
   ทุกวันนี้รถยนต์คือยานพาหนะที่จำเป็นในการเดินทาง การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ด้วยตัวเราเองไม่ว่าจะเป็น รถใหม่หรือรถมือสอง เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรรู้ไว้เผื่อเดินทางไม่ว่าจะไกล้หรือไกล อาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้ การดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้นนั้นทำให้รถยนต์ที่เรารักนั้นอยู่กับเราได้นานขึ้นและเวลาที่เราอยากขายรถทำให้รถเราขายได้ราคาอีกด้วย
   บทความที่ได้นำเสนอนี้ ใช้กับรถยนต์ได้ทุกรุ่น ไม่ได้เจาะจงรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพียงแต่อยากให้ได้อ่านแล้วนำไปปรับใช้กับรถของท่านเพื่อลดการเสียหายจากการสึกหรอ รู้วิธีการตรวจเช็คเบื้องต้นก่อนจะเกิดการเสียหายหนัก มีวิธีอะไรบ้างเรามาดูกัน

1.กระปุกใส่น้ำฉีดกระจก



  การเติมน้ำในกระปุกนั้นสามารถเติมเต็มได้เลยโดยใช้น้ำเปล่าเติมหรืออาจจะผสมแชมพูลงไปได้เล็กน้อยเพื่อเพิ่มความใสให้กระจก ต่อมาคือการตรวจกระปุกว่ามีการรั่วหรือไม่ โดยหลังจากที่เราเติมน้ำลงไปเต็มแล้วทิ้งไวสักพักค่อยกลับมาดูว่าน้ำอยู่ระดับเดิมหรือไม่หากมีการรั่วซึม น้ำในกระปุกลดลงควรหากระปุกใหม่มาเปลี่ยน
- ข้อแนะนำ หากเติมน้ำในกระปุกเต็มแล้วฉีดไม่ออกให้ดูที่ 2 จุดคือ
      - หัวฉีดน้ำกระจกอาจจะอุดตันได้จากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกต่างๆ วิธีแก้คือหาเข็มเล็กๆมาแทงผ่านรูฉีดน้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกพร้อมทั้งปรับระดับให้ฉีดออกมาพอดีไม่สูงหรือต่ำเกินไป
- มอเตอร์ปั้มน้ำตรงกระปุก หากมีการใช้มาเป็นเวลานาน หรือพยายามฉีดน้ำตอนที่น้ำอยู่ในระดับที่ต่ำ ทำให้มอเตอร์ไม่มีน้ำให้ปั้มขึ้นไปจะเกิดอาการร้อนจัด และเกิดการเสียหายได้

2.ยางปัดน้ำฝน



- ยางปัดน้ำฝนนั้นจำเป็นต่อการมองเห็นอย่างมาก หากรถที่เราใช้มาเป็นระยะเวลานานยางใบปัดน้ำฝนนั้นอาจเกิดการล้ม แข็งตัว หรือขาดได้ ยิ่งยามหน้าฝนแล้ว ยิ่งจำเป็นที่ต้องตรวจสอบก่อนออกเดินทาง การตรวชเช็คนั้นคือ เปิดใช้งานที่ปัดน้ำฝนดูว่า เวลาปัดน้ำต้องไม่ทิ้งลอยคราบต่างๆไว้ หรือปัดแล้วมีเสียงดังกว่าปกติ ควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

3.ระดับน้ำมันเครื่อง



  ระดับน้ำมันเครื่องที่ปกตินั้นควรอยู่ระหว่างจุด Full บนสุด และจุด Low ต่ำสุด การตรวจเช็คนั้นควรตรวจในขณะที่เครื่องยังร้อน หลังจากดับเครื่องสักพัก ประมาณ 2-5 นาที แล้วค่อยดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาเช็ดน้ำมันที่ปลายก้านวัด แล้วเสียบเข้าไปจุดเดิมเพื่อดึงออกมาวัดอีกครั้ง รอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้น มีตั้งแต่ 5,000-10,000 กิโลเมตร แล้วแต่เกรดของน้ำมันเครื่องแต่ละยี่ห้อ
ข้อควรระวัง
- หากน้ำมันเครื่องต่ำกว่าจุด Low ควรหาน้ำมันเครื่องที่ตรงกับรถรุ่นของเราใส่เติมไปเพื่อไม่ให้ต่ำจนเกินไป ถ้ามีอาการน้ำมันเครื่องหายบ่อยๆ ควรหาช่างที่ชำนาญตรวจเช็คจุดรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง
- ไม่ควรเติมน้ำมันเครื่องให้เกินกว่าจุด Full เพราะอาจจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้


4.ระดับน้ำมันเกียร์ออโต้



- หลังจากเครื่องร้อนแล้ว ดับเครื่องยนต์ ประมาณ 2-5 นาที แล้วดึงก้านวัดน้ำมันเกียร์ (AUTO) ออกมาเช็ดน้ำมันที่ปลายก้านวัดออก แล้วเสียบเข้าไปจุดเดิมเพื่อดึงออกมาวัดอีกครั้ง ควรอยู่ระหว่างจุด Full (MAX) บนสุด และจุด Low (MIN) ต่ำสุด รอบการถ่ายน้ำมันเกียร์ โดยทางบริษัทรถยนต์กำหนดให้ถ่ายคือประมาณ 20,000 โล หรือประมาณ 1-2 ปี
 ข้อควรระวัง
- ถ้าวัดแล้วน้ำมันเกียร์อยู่ต่ำกว่าจุด Low  อาจทำให้การหล่อลื่นของระบบเกียร์ไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดการสึกหรอ และเสียดสีของเกียร์จนทำให้เกียร์เสียหายได้ ควรให้ช่างที่ชำนาญเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ก่อนออกเดินทางดีกว่า
- น้ำมันรถเกียร์ธรรมดา ไม่สามารถใช้กับรถเกียร์ออโต้ได้นะครับ


5.ระดับน้ำมันเบรค



ระบบเบรคเป็นส่วนสำคัญของรถยนต์ ที่ควรตรวจเป็นประจำ การตรวจด้วยสายตาเราเองคือดูให้ระดับน้ำมันเบรคอยู่ระหว่าง Max ขีดบนสุด และจุด Min ขีดต่ำสุด โดยปกตินั้นจะอยู่ที่ ขีดบนสุด ระยะในการเปลี่ยนถ่ายนั้น แนะนำทุกๆ 40,000 โล หรือเช็คทุกๆ 2 ปี
ข้อควรระวัง
- หากตรวจแล้วพบว่ามีการพร่องต่ำกว่าจุด Min ควรรีบตรวจเช็คว่ามีจุดที่รั่วซึมตรงไหนบ้าง หรือให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบอีกที เพื่อทำการแก้ไข
- ถ้าจำเป็นต้องเติมน้ำมันเบรคควรระวังกระเด็นไปโดนชิ้นส่วนหรือตัวรถให้นำผ้าเช็ดออกทันที
- ถ้ามีความชื้นหรือมีน้ำปะปนลงไปในน้ำมันเบรคจะทำให้เสื่อมคุณภาพได้

6.ระดับน้ำมันเพาเวอร์



ตรวจเช็คระดับน้ำมันเพาเวอร์ ให้อยู่ขีดบนสุด (Max) เสมอ หากตรวจเช็คแล้วว่ามีการพร่องหรือ ต่ำกว่าขีดล่างสุด (Min) ให้เติมจนถึงระดับขีดบนสุด ระยะในการเปลี่ยนถ่ายนั้น แนะนำทุกๆ 40,000 โล หรือเช็คทุกๆ 2 ปี
  ข้อควรระวัง
- การที่ระดับน้ำมันต่ำเกินไปหรือพร่องหายไปบ่อยๆอาจเกิดจากการรั่วในระบบควรนำรถยนต์ให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบทันที
- เติมน้ำมันเพาเวอร์ช้าๆ และต้องระวังอย่าให้หก หรือกระเด็นโดนชิ้นส่วนต่างๆ ให้นำผ้าเช็ดออกทันที
- การเลี้ยวซ้ายและขวาสุดนั้น อาจทำให้ระบบ ท่อยาง ลูกยาง ที่เกี่ยวข้องกับระบบ ฉีกขาด เพราะการเลี้ยวสุดทำให้เกิดแรงดันสูงกว่าปกติ

7.ระดับน้ำหล่อเย็น (กระปุกพักน้ำหล่อเย็นสำรอง)



ตรวจเช็คระดับน้ำหล่อเย็น ให้อยู่ขีดบนสุด (Max) เสมอ หากตรวจเช็คแล้วว่ามีการพร่องหรือ ต่ำกว่าขีดล่างสุด (Min) ให้เติมจนถึงระดับขีดบนสุด ระยะในการเปลี่ยนถ่ายนั้น แนะนำทุกๆ 40,000 โล หรือเช็คทุกๆ 2 ปี
ข้อควรระวัง
- การตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น ควรทำตอนขณะเครื่องยนต์เย็น
- หากเติมจนถึงระดับ ขีดบนสุด (MAX) แล้วอีก 1-2 วัน ให้ตรวจดูระดับน้ำอีกทีหากมีการพร่องไปอีก หรือต่ำกว่าขีดล่างสุด (MIN)  แสดงว่ามีการรั่วซึมในระบบ ให้ตรวจเช็คหม้อน้ำ อีกทีหรือนำรถยนต์ของท่าน ให้ช่างผู้มีความชำนาญตรวจสอบ

8. ระดับน้ำในหม้อน้ำ



- เริ่มจากการเปิดฝาหม้อน้ำ(ตอนเครื่องยนต์เย็นเท่านั้น) ดูระดับน้ำว่ายังเต็มอยู่ หากมีการพร่องลงไปบ้างใช้น้ำเติมให้เต็ม ส่วนสีของน้ำให้สังเกตุดูว่า ไม่ขุ่น ไม่มีตะกอน ไม่เป็นน้ำที่มีสีสนิมส้มๆ ถ้าน้ำมีสีเหล่านี้ควรรีบเข้าตรวจเช็คสภาพด่วน
- สังเกตุดูท่อน้ำ ท่อยางต่างๆ บริเวณหม้อน้ำ ว่ามีสภาพ แข็งกรอบ หรือมีรอยรั่ว หรือไม่ ดูได้จากคราบน้ำที่เป็นน้ำแห้งๆเกาะอยู่บริเวณรอบๆ

ข้อควรระวัง
- ควรตรวจเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำ หรือเปิดฝาหม้อน้ำ ในขณะที่เครื่องยนต์เย็นเท่านั้น

- ถ้าเติมน้ำหล่อเย็นแล้วกระเด็นไปโดนชิ้นส่วนต่างๆ ควรใช้ผ้าเช็ดออกทันที

9.ระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ (แบบน้ำ หรือชนิดที่ต้องเติมน้ำกลั่น)



  เริ่มจากการเปิดฝาเติมน้ำกลั่น ดูระดับน้ำกลั่น ว่าแห้งไปหรือไม่ ระดับน้ำกลั่นที่ปกติคือต้องอยู่ตำแหน่ง ขีดบน (UPPER) หรือสูงกว่าแผ่นธาตุภายใน ประมาณ 1 เซนติเมตร หาพบว่าน้ำกลั่นแห้ง ต่ำกว่าขีดล่าง (LOWER) ควรหาน้ำกลั่นมาเติม
ข้อควรระวัง
- ระวังอย่าเติมน้ำกลั่นจนเต็ม หรือล้นจนเกินไปเพราะอาจทำให้ น้ำกลั่นที่อยู่ในแบตเตอรี่จะล้นออกมา ไปกัดกร่อนตัวถังรถและชิ้นส่วนต่างๆ เสียหายได้
- หลังจากเติมน้ำกลั่นแล้วควรปิดฝาให้แน่น พร้อมทั้งเช็ค ขั้วบวก และขั้วลบ ของแบตเตอรี่ ต้องแน่น ไม่มีคราบตะกรันต่างๆ
- ใช้น้ำกลั่นที่ใช้สำหรับเติมแบตเตอรี่เติม จะเก็บประจุไฟฟ้าได้ดีกว่าน้ำเปล่า
 

  10.ระบบไฟส่องสว่าง



  ระบบไฟส่องสว่างนั้น เป็นสิ่งจำเป็นต่อการขับขี่รถยนต์ทุกประเภท ควรตรวจสอบดูว่าไฟส่องสว่างทั้งหมดยังใช้งานได้ดีหรือไม่ ถ้าพบว่ามีหลอดไฟไหนไม่ติดควรหาเปลี่ยนใหม่ทันที ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อความปลอดภัยในขณะขับรถยนต์โดยเฉพาะเวลากลางคืน ระบบไฟส่องสว่างนั้นมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆคือ
10.1 ระบบไฟส่องสว่างภายนอก (Exterior Light)
 -ที่ควรตรวจสอบนั้นมี ไฟหน้ารถยนต์ ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟเบรค ไฟส่องป้ายทะเบียน ไฟถอย ไฟตัดหมอก
10.2 ระบบไฟส่องสว่างภายใน (Interior Light)
- ที่ควรตรวจสอบนั้นมี ไฟส่องสว่างที่หน้าปัทม์ ไฟส่องสว่างตามจุดต่างๆภายในห้องโดยสาร

11.ระดับลมยางรถยนต์



11.1 การตรวจวัดระดับลมยางรถยนต์นั้น ควรตรวจสอบอย่างน้อย อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ทำการตรวจเช็คลมยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อ ให้มีปริมาณลมยางที่เท่ากัน พร้อมทั้งดูว่ายางรถยนต์เรานั้น ไม่มีสิ่งปกติหรือตะปูทิ่มอยู่ จะมีอาการเช่น ลมยางหายไวผิดปกติ แสดงว่าอาจมีการรั่วซึม ควรรีปนำรถไปให้ช่างผู้ชำนาญทำการปะรูรั่วหรือหาจุดที่ซึม
11.2 การเติมลมยางรถยนต์มีขนาดแรงดันที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ละประเภท มีอะไรกันบ้างเรามาดูกัน
- รถยนต์นั่งขนาดเล็ก แรงดันโดยประมาณ 25-30 ปอนด์
- รถยนต์นั่งขนาดกลางถึงใหญ่ แรงดันโดยประมาณ 30 -35 ปอนด์
- รถยนต์กระบะ แรงดันโดยประมาณ 65 ปอนด์
ข้อควรระวัง
- ลมยางที่อ่อนเกินไป จะทำให้ยางสึกหรอไม่สม่ำเสมอ สึกเฉพาะขอบยางทั้งสองข้าง ทำให้การควบคุมรถยนต์ยาก และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
- ลมยางที่แข็งเกินไป จะทำให้ยางกระด้าง วิ่งแล้วมีเสียงดัง ไม่นิ่มนวล การสึกหรอไม่สม่ำเสมอ สึกเฉพาะตรงกลางหน้ายาง

   การตรวจเช็ครถยนต์เบื้องต้นด้วยตัวเองทั้งหมดที่กล่าวมานี้ หากเจออาการใดอาการหนึ่ง ควรรีบตรวจเช็คให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง เพราะใช้เวลาเพียงน้อยนิด และรถยนต์ทุกคันจะมีสมุดคู่มือการใช้งานของรถรุ่นนั้นๆ โปรดศึกษาอีกครั้งนะครับ บางอาการหากไม่สามารถแก้ไขเองได้ แนะนำให้ช่างผู้ชำนาญ ตรวจสอบทันที สุดท้ายนี้ ทีมงานหวังว่าจะมีประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อยนะครับ

CREDIT PP2CAR.COM ศูนย์รับซื้อรถมือสอง รับซื้อรถ ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง บริการถึงบ้าน ปรึกษาได้ทันที โทร 0867617537 LINE : lekcar88
https://pp2car.com/ รับซื้อรถ
https://pp2car.com/buycar/ ให้ราคาสูง
https://pp2car.blogspot.com/ บริการถึงบ้าน
https://www.facebook.com/lek2car88/ ชำระเงินสดทันที